กรณีศึกษาเรื่อง กรณีศึกษาการใช้ลมผิดประเภทในระบบอากาศอัด ผมมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังครับ บังเอิญมีโอกาศได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานแห่งหนึ่งแถวปทุมธานี (ต้องขออนุญาติไม่เอ่ยนามบริษัทนะครับ) ครั้งนั้นได้เข้าไปดูระบบอากาศอัดที่ใช้อยู่ในโรงงานเนื่องจากทางโรงงานต้อง การที่จะปรับปรุงระบบอากาศอัดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จากสภาพที่ได้เห็น พบว่าเครื่องอัดอากาศที่ใช้อยู่ถูกแยกการติดตั้งอยู่หลายห้อง ซึ่งแต่ละห้องที่ติดตั้งเครื่องอัดอากาศมีท่อซึ่งต่อถึงกันทั้งหมด อันนี้ต้องขอชมเชยผู้ออกแบบนะครับว่ามีความเข้าใจในระบบอากาศเนื่องจาการที่ ทำการต่อท่อเชื่อมถึงกันทั้งหมดในระบบอากาศอัดจะทำให้ทิศทางการไหลของอากาศ สามารถที่จะวิ่งไปได้ทั้ง2ทิศทาง และยังช่วยลดปัญหาเรื่องของแรงดันตกในระบบ เมื่อสามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เราก็สามารถที่จะลดแรงดันต้นทางในระบบ ได้ พูดง่ายๆคือ เครื่องอัดอากาศที่มีอยู่ในระบบก็จะทำงานน้องลง พลังงานที่จ่ายให้กับระบบอากาศอัดก็น้อยลงไปด้วย ผมพูดนอกไปหน่อยนะครับ กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า จากการที่ได้ไปเดินดูรอบๆโรงงานแล้ว สภาพของเครื่องอัดอากาศที่ใช้อยู่ส่วนใหญ่มีสภาพค่อนข้างเก่าซึ่งถ้ามอง เรื่องขอประสิทธิภาพของเครื่องก็ข้อนข้างต่ำซึ่งแน่นอนต้องส่งผลกับพลังงาน ที่ใช้ไปด้วย ที่นี้ผมก็เดินไปพบห้องที่ตั้งเครื่องอัดอากาศอยู่ห้องหนึ่ง หลังจากที่เดินสำรวจรอบๆแล้ว พบสิ่งผิดปรกติอยู่อย่างหนึ่งตามภาพประกอบครับ  ที่ถังลมมีจุดที่ติดตั้ง valve ไว้ ซึ่งน่าจะเป็น service valve หรืออาจจะเป็นจุดที่เคยติดตั้ง pressure gage มาก่อน แต่ปัจจุบัน ได้มีการต่อท่อยางอกกไป ผมก็แปลกใจว่าท่อที่ต่อออกไปเอาลมไปใช้งานอะไร เลยเดินตามท่อดูตามรูปครับ สุดท้ายครับ ก็ได้พบความจริงของการนำลมอัดไปใช้งานตามรูปด้านล่างครับ ดูแล้วเป็นยังไงบ้างครับ อากาศอัดที่นำไปใช้เพื่อเลี้ยงปลาครับ ???? ครั้งนั้น ผมไปเดินร่วมกับผู้จัดการโรงงาน, วิศวกรผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องเครื่องอัดอากาศและตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน หลังจากที่เดินดูจนทั้งโรงงาน ผมก็กลับเข้าไปที่ห้องประชุมเพื่อสรุปให้กับทางผู้จัดการโรงงานให้ทราบ และได้มีการคำนวณคร่าวๆให้ทางผู้จัดการโรงงานดูถึงค่าของพลังงานจากการที่นำ อากาศอัดไปเพิ่มอ๊อกซิเจนเพื่อเลี้ยงปลา ตามรายละเอียดด้านล่างครับ ท่อที่ใช้ต่อ มีขนาด 3mm. แรงดันที่ใช้งาน 7 Bar ลักษณะรูที่ใช้ จัดอยู่ในประเภทรูรั่วตรง ปริมาณลมสูญเสียประมาณ 11.39 l/sec หรือเท่ากับ 24.13 cfm จากการประมาณการ เครื่องอัดอากาศขนาด 100Hp จะสามารถทำลมได้ประมาณ 400 cfm หรือ 400 cfm = 75kw. ถ้า 24.13 cfm = 4.52 kw โรงงานนี้มีการทำงาน 365วัน 24 ชม. ประมาณเวลาทำงานต่อปี 8400 ชม. เพราะฉะนั้น พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ต่อปี = 4.52 x 8400 = 37,968 kw ค่าพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วย = 3฿/unit เพราะฉะนั้น ค่าไฟฟ้าที่จ่ายเพื่อช่วยปลาในบ่อหายใจ = 37,968 x 3 = 113,904 บาท/ปี หรือ เท่ากับ 9,492 บาท / เดือน ลองคิดดูนะครับปลานิลตัวนี้มีความเป็นอยู่ที่ดีเหลือเกิน ผมว่าถ้าลองตีราคาดู ปลานิลตัวนี้น่าจะแพงกว่าปลาหิมะที่ขายกันอยู่ตามภัตรคารนะครับ หลังจากที่ผู้จัดการโรงงานเห็นตัวเลขผมไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ วิศวกรที่ดูแลระบบ เพราะท่านได้เบิกเงินโบนัสล่วงหน้าไปใช้เลี้ยงปลาเรียบร้อยแล้วครับ ที่นำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง เพียงแค่ต้องการจะบอกให้ท่านทราบว่า “อากาศอัด ไม่ใช่ของฟรี” เหมือนกับที่หลายๆท่านคิด เพราะฉะนั้น การที่จะเอาอากาศอัดไปใช้งานแต่ละประเภท ขอให้ท่านตระหนักถึงค่าพลังงานที่จะต้องนำไปผลิตอากาศอัด และจงใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยครับ ทิ้งท้ายไว้ให้คิดเล่นๆ นะครับ ท่านคิดว่าท่านสูญเสียเงินไปเท่าไหร่กับรูรั้วขนาดเท่านี้ หากท่านต้องการปรึกษาเรื่องระบบอากาศอัด กรุณาติดต่อกลับมาได้ที่ คุณกรัณย์ รักษ์เจริญ บ.จัดการอากาศอัดจำกัด 02-7471922, 081 8592557 |